บล๊อกนี้จะย้ายไปอัพเดทที่บล๊อกใหม่แล้วนะครับ www.B-solution.blogspot.comขอบคุณที่ติดตาม

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มาเขียนข้อความลงในพื้นทราย ท้องฟ้า ป้ายต่างๆ เท่ห์ๆ กันเลย




ใกล้เทศกาลเฉลิมฉลองเข้ามาทุกที ทั้งปีใหม่ คริสมาส บางคนอาจจะหาเว็บที่มี E-card เท่ห์ๆ เอาไว้ส่งให้เพื่อนหรือคนรัก
นี่เป็นอีกเว็บนึงที่น่าสนใจ www.letterjames.com มีรูปสวยๆ ที่ให้เราไปเขียนข้อความที่เราต้องการลงบนภาพมากมาย ทั้ง บนพื้นทราย เป็นตัวอักษรบนฟ้า ก้อนเมฆ บนป้ายต่าง ฟรีอีกตามเคย เดี๋ยวจะงง ไปดูตัวอย่าง








เข้าไปที่เว็บหน้าตาเป็นแบบนี้ อย่าลืมเลือกภาษาอังกฤษ เขามีภาษาอังกฤษกับเยอรมัน อ้อ ไม่ลองรับภาษาไทยนะครับ ต้องพิมพ์เป็นอังกฤษ เลือก กดเข้าไปเพื่อเลือกรูปในหน้าต่อไป








จะมีให้เลือกมากมายอย่างที่บอก บางอันจะมีเมนูย่อยอีกครับ เลือกตามใจชอบ






เข้าไปที่รูปให้เราใส่ข้อความ บางรูปให้ใส่ได้หลายบรรทัด เสร็จแล้วก็ใส่รหัสแคปช่า ว่าเราไม่ได้เป็นบอท แต่อาจจะดูยากหน่อย กด create image ถ้าเราพิมพ์ผิดก็จะให้เราใส่รหัสชุดใหม่ รอสักครู่ เราก็ได้เห็นข้อความที่เราพิมพ์ไปอยู่ในภาพที่เราต้องการ ให้กดดาวน์โหลดรูปได้เลย หรือ จะส่งเป็น E-card ไปให้เพื่อนก็ได้ ต้องใส่อีเมล์ผู้ส่ง-ผู้รับ ด้วย

เห็นไม๊ ง่ายจริงๆ ลองดูตัวอย่างกันนะครับ








Save to PDF

วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เซฟหน้าเว็บเพจให้เป็นไฟล์ PDF ได้ง่ายๆ ฟรี

www.web2pdfconvert.com ช่วยทำให้เราเซฟหน้าเว็บเพจให้เป็นไฟล์ pdf ได้ง่ายดายมาก แค่ก๊อปปี้ url ของเว็บที่เราต้องการ ไปวาง แล้วกดปุ่ม convert to pdf





จากนั้นก็รอสักครู่ เมื่อเสร็จแล้ว จะมีปุ่มให้เรากด download เพื่อเซฟไฟล์ได้ทันที
แบบนี้ก็จะสะดวกมาก บางคนอาจจะต้องบรรยายหรือ ยกตัวอย่างเว็บไซด์ เราก็ off line Internet แค่เปิดไฟล์ pdf แทน









นอกจากนี้ ใครที่มีเว็บหรือบล๊อกเป็นของตัวเอง สามารถนำโค้ดสร้างปุ่ม pdf botton ไปติดตั้งได้ด้วย ฟรีอีกเช่นกัน
เพื่อใครอ่านเว็บไซด์หรือบล๊อคแล้วอยากเซฟไว้ ก็ทำได้ทันที ลองนำไปใช้ดูนะครับ


Save to PDF

อย่าใช้ facebook/fanpage ทำการตลาดแบบ hard-sell เกินไป

แน่นอนว่า ณ ปัจจุบันนี้ มีคนใช้ facebook เป็นจำนวนมหาศาล การทำการตลาดผ่าน social network จึงเกิดขึ้นมากมาย ณ ตอนนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ใหม่และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยังไม่มีเป็นหนังสือด้วยซ้ำ ต้องศึกษาจากเน็ตกันเอง (หนังสือขายจะเป็นเรื่องการใช้ facebook แบบพื้นฐานมากกว่า)

การใช้ page ของ facebook นั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับกิจการ สินค้า แบรนด์ มากมาย จริงๆ เพิ่งจะเริ่มเป็นที่นิยมปีนี้นี่เองแหละ
มีการเปลี่ยนจากให้กด Become a fan of... เป็นให้กด like ซึ่งดูเหมือนไม่ผูกพันธะให้คนที่อยากจะเป็น fan ไม่ต้องคิดมาก แค่ชอบก็กด

มี page หลายๆแห่ง ที่ทำได้ดี สามารถ ทำให้คนรู้จักแบรนด์เพิ่มขึ้น ด้วย กิจกรรมต่างๆ บางแห่งก็จะมีโปรโมชั่นแจกของรางวัล ทำให้คนมา like เยอะมาก (ทำแฟนเพจ ไม่ต้องลงทุนโฆษณา เอางบตรงนี้มาเป็นส่วนลด ของรางวัลได้สบาย)

ก่อนที่ในโอกาสต่อไป จะลองหา page เจ๋งๆ ทั้งไทยและเทศ มาลองดูไอเดียดีๆ เอาไว้ศึกษา การทำ viral marketing
ก็มีเสียงบ่น กันมากขึ้นมากขึ้น กับหลายๆ page ที่ใช้วิธีแบบ hard-sell หรือสร้างความรำคาญให้คนอื่นมากไป ไม่แพ้กับพวกที่เขียนว่าเป็น magazine online แล้วชวนไปขายตรง ที่เคยเขียนในบล๊อกก่อนหน้านี้

ตอนนี้ก็มีหลาย page มีเกม เช่น ให้ tag รูป หรือให้ แอดเพื่อน มากๆ ใครมากที่สุดมีรางวัลใหญ่ ซึ่งแน่นอน การทำตลาด หรือขายของต้องการสร้างแบรนด์ให้ติด แต่อย่าลืมผลที่ตามมา ถ้าคนรำคาญมากๆ แทนที่จะสร้างแบรนด์ กลายเป็น สร้างภาพในด้านลบให้กับแบรนด์ไปเลย ต้องควรทำแต่พอดี หรือบางคน ก็จะกด unlike ได้เหมือนกัน

หรือ อย่างให้ใช้ twitter รีทวีต เยอะๆ หรือไป follow คนเยอะ ก็เช่นกัน
การทำเพื่อให้ได้จำนวนมากๆ เพื่อได้รางวัล มันไม่ต่างกับ spam หรือ ขยะอินเตอร์เน็ต หรือมากๆ เข้า ทาง facebook อาจมีคนตั้งกลุ่มมาทำ social sanction "ล่าแม่มด" กันอีกประเภท "มั่นใจคน1 ล้านคน เบื่อ........"

แถมอีกนิดครับ การทำ social sanction ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถทำและเข้าร่วมได้ แต่ควรใช้ เหตุผลมาหักล้างกันมากกว่าที่จะด่าอย่างเดียว


Save to PDF

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2553

จากแพนเค๊กถึง wonder girls บน social network



เป็นประเด็นที่โพสต์กันตรึมบน facebook กรณีที่มีเครื่องข่ายขายตรงหรือ MLM ยี่ห้อหนึ่งใช้การสื่อสารบน social network โฆษณาสินค้า โดยการเปิดเป็น fanpage บ้าง Event บ้าง โดยบอกว่าเป็น แมกกาซีนออนไลน์ รับสมัครทีมงาน เพื่อเข้าไปทำงาน ซึ่งมันดูน่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการทำงานพิเศษหรือคนที่สนใจแวดวงบันเทิง เพราะมีรูปนักร้องเกาหลีดังแห่งยุค อย่าง wonder girls เป็นหน้าปกดึงดูดอยู่ ไม่นึกว่าจะเป็นการมาโฆษณาหรือขายอะไรเลย

แล้วเมื่อคนสนใจคลิ๊กเข้าไปกรอกข้อมูล อีเมล์ หรือสมัครเป็น fanpage เข้าร่วม Event กิจกรรมต่างๆ คราวนี้แหละครับ จะได้รับอีเมล์ และ ข้อความ โพสต์บน wall ใน facebook ของเรา พอคลิกไปดู ก็จะลิงค์ไปเว็บของเขา ก็จะไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับ wonder girls หรือวงการบันเทิงเลย หรือทำ Magazine online เลย มีแต่ขายของที่เกี่ยวกับสุขภาพ ไหนจะโดนคนอื่นแท๊กรูปด้วย แถมยังโพสต์ข้อความกันบ่อยมาก รวมไปถึง อีเมล์ด้วย บางคนก็ถูกโทรศัพท์ชักชวนบอกว่าไปทำ Magazine ออนไลน์ แต่จริงๆ ก็คือ MLM นั่นเอง สร้างความรำคาญได้เป็นวงกว้างทีเดียว

จริงๆ ก็ไม่ได้แอนตี้วงการขายตรง หรือสินค้าพวกนี้ แต่วิธีแบบนี้ เข้าค่าย "หลอกลวง" และสร้างความรำคาญ ให้คนอื่นเขา เหมือนแต่ก่อนมีอีเมล์ขายตรงเจ้านึงที่เอารูปดาราอย่าง น้องแพนเค๊ก ซึ่ง เธอก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้าเจ้านั้นจริงๆ แต่การทำการตลาดด้วยวิธีนี้เหมือนเป็นการส่ง spam mail สร้างความรำคาญให้คนอื่นเช่นกัน

การทำงานแบบนี้ ช่วงแรกๆ อาจจะได้ผล สร้างความสนใจให้คนหลงเข้าไปเยอะ แต่การทำให้คนอื่นเข้าใจผิดแบบนี้ มันไม่ใช่วิธีการตลาดที่ยั่งยืน อย่าคิดว่าทำอย่างงี้ฉลาด เป็นเอาแต่ได้ไม่คิดถึงระยะยาว และคนอื่นที่เขาขายแบบเดียวกัน อาจจะถูกมองในด้านลบไปเลย แถมการเอารูป wonder girl มาเป็นปก นี่ก็เมคกัน ไม่ได้ไปจ้างมาแต่อย่างใด เขาสามารถฟ้องร้องได้

ส่วนวิธีที่จะปิดกั้น พวก spam mail หรือ ปิดกั้นหรือ block Event ใน facebook ก็มีหลายวิธี ตั้งแต่เข้าไปตั้งค่า privacy หรือ report event พวกนี้ไปยัง facebook ว่าเป็น spam even หรือถ้ายังมาเรื่อย ก็ต้องเปลี่ยน Email ที่ใช้สำหรับ facebook ครับ

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พลังของ ปุ่ม like บน facebook



ปุ่ม like, recommend พวกนี้ไม่เชื่ออย่าลบลู่ สร้าง traffic ให้เว็บและบล๊อคได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ใครที่คิดว่า พอคนหันไปเล่น facebook กันหมด แล้วจะไม่มีคนอ่านบล๊อค ควรจะคิดใหม่

เวลาเราเห็นเพื่อนเราใน facebook ไปคอมเมนต์ หรือ like ความเห็นหรือเว็บอะไรทำให้เราอยากจะไปดูด้วย เป็นการสร้าง traffic โดยไม่ต้องออกแรง

เช่นกัน ถ้าเว็บหรือบล๊อคไหน ไม่มีปุ่ม like , recommend เราจะรู้สึกแปลกไปซะแล้ว

ทาง facebook ก็ได้ทำเครื่องมือติดตั้ง ปุ่ม like ขึ้นมา คลิ๊กเข้าไปสร้างกันได้เลย
แต่ดูด้วยว่า ทางเว็บหรือบล๊อคเรารองรับโค๊ดแบบไหน

ทำป้ายแชร์ไปยังSocial Network ด้วยShareSidebar


ในยุคก่อนถ้าใครมีเว็บไซด์หรือบล๊อค แล้วหาไม่เจอบน Google search แล้ว เว็บหรือบล๊อคที่ทำมาซะสวยหรู อาจตกสำรวจได้ ยิ่งคนที่ทำเพื่อธุระกิจอาจต้องปวดหัว บางคนก็ต้องไปจ้างทำ SEO ก็มี

วันนี้โลกออนไลน์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อทุกคนติด facebook และเข้า facebook เป็นหน้าแรก คุณจะได้ traffic เพิ่มขึ้นมากมายจาก social network พวกนี้ ตอนนี้เราเข้าไปดูเว็บไหน แล้วไม่มีปุ่มให้กด share, like, recommend หรือ tweet แล้วก็จะรู้สึกว่าเว็บหรือบล๊อคนั้น เชย หรือตกรุ่นซะจริง


แรกๆ อาจจะต้องใช้โปรแกรม plug-in มากมาย แต่เดี๋ยวนี้มีเว็บไซด์หลายแห่งมาช่วยเราง่ายมาก
อย่าง ShareSiderbar สะดวกมาก แค่เราเข้าไปใส่อีเมล์ กับชื่อเว็บไซด์หรือบล๊อคของเรา แล้วกด get the code นำโค๊ดไปใส่ไว้ในเว็บหรือบล๊อคของเราได้ทันที มี social network ให้เชื่อมได้เยอะด้วย ทั้ง facebook,twitter, google buzz โดยเลือกได้ว่าจะให้แถบแชร์นี้อยู่ทางซ้ายหรือขวามือ เว็บหรือบล๊อคใครยังไม่มี ลองไปใช้ดูเลยครับ

วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

จากไอโฟน4 ถึง คริสปี้ ครีม

ถึงแม้ 3 G ที่เมืองไทยยังไม่เกิด แต่ก็ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อยอดขายมือถือรุ่นHi-end ใหม่ๆ เท่าไหร่
ล่าสุด I-phone4 นวัตกรรมที่ฮือฮาทั่วโลก ประเทศเราก็ไม่น้อยหน้า ถึงจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการช้ากว่าประเทศอื่นๆ

ครั้งนี้ 3 operator ได้เปิดตัวไล่เลี่ยกัน ราคาเฉพาะเครื่องก็เท่ากัน ไปแข่งกันที่ บริการเสริม แพ็คเก็จ ค่าบริการแล้วแต่จะเลือกกัน
งานเปิดตัวยิ่งใหญ่ไม่แพ้ต่างประเทศ จะว่าเป็นด้วยการตลาดหรือ ความเห่อของสาวก apple ก็ไม่ทราบได้

มีการเน้นเรื่อง การรอคอย ความตื่นเต้น เช่น มีคนมารอนานตั้งแต่เช้า หรือ ส่งของให้ 100 คนแรกที่จอง แผนการตลาดที่น่าสนใจอีกอันคือ ดึงคนสำคัญมาด้วย เคยได้ยินว่า บางค่าย ก็แจกเครื่อง ให้คนในวงการข่าว ดารา ให้มาร่วมงาน

ขึ้นชื่อว่า ไอโฟน ใครก็อยากได้อยู่แล้วนี่...
เขาก็มาทำข่าวให้ โฆษณาให้ ไม่ต้องไปซื้อโฆษณากันเลย ได้เป็นข่าวในช่วง prime time ด้วย

ถือว่า Apple สร้างแบรนด์ได้สำเร็จอีกครั้ง เช่น เมื่อเทียบ เรื่องลักษณะการใช้งานของบางคน ซึ่งแตกต่างกัน อาจจะใช้มือถือแบบอื่นรุ่นอื่นน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า แต่เขาก็จะเลือก ไอโฟน เพราะ...เท่ห์กว่า

เห็นงานแสดงสินค้าพวกมือถือตอนนี้ บู้ทของ ไอโฟน กับ บีบี คนแห่กันแน่นมาก ส่วนเจ้าอื่นแทบจะตบยุงกันเลยทีเดียว

สินค้าของเขาแน่นอนดีมากด้วย แต่ควรจะดูที่ลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมกับเรามากกว่า ไม่ใช่ไปตามกระแส
หรือซื้อมาแล้วใช้ไม่คุ้มกับสิ่งที่มันมีอยู่

ไปถึงโดนัทยี่ห้อดัง เปิดตัวฮือฮาอีก คนไปต่อแถวยาวเหยียดเพื่อซื้อโดนัทยี่ห้อดังนี้
สามสี่ปีก่อน ลืมกันรึยังก็มี เหตุการณ์แบบนี้ เหมือนกัน กับขนมยี่ห้อนึง พอดังมากขายแฟรนไชด์ ได้เยอะ ก็เงียบไปเลย
อร่อยนะอร่อย แต่ถ้าจะเสียเวลาไปเข้าคิวซื้อแบบนั้นนี่ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไม๊



สรุปแล้ว เรื่อง ความบ้าเห่อ หรือฟีเวอร์นี่ คนไทยเราก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก